วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การเรียนครั้งที่ 11

 การบันทึกอนุทิน   
วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วัน/เดือน/ปี  23 สิงหาคม พ.. 2556
ครั้งที่ 11  เวลาเรียน 13.10     เวลาเข้าสอน 13.10     เวลาเข้าเรียน 13.10   เวลาเลิกเรียน 16.40

ก่อนเรียนอาจารย์ให้ดูภาพ เพราะภาพเป็นสื่อชนิดหนึ่งเปรียบว่าเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเด็กได้

                                        
เป็นภาพที่ให้ความหมายโดยนัย คือ อีดอกจิก!^^

ต่อมาเริ่มเข้าสู่เนื้อหาการเรียน 

เรื่องสื่อการเรียนรู้ทางภาษา

ความหมาย 
วัสดุอุปกรณ์หรือวิธีการต่างๆ
เพื่อกระตุ้น ส่งเสริม จูงใจ ให้เด็กเกิดความสนใจ
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ทางภาษา
เครื่องมือที่ครูกำหนดขึ้นเพื่อถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเนื้อหา ประสบการณ์ แนวคิด ทักษะ เจตคติ
ประเภทของสื่อการสอน
1.   สื่อสิ่งพิมพ์ : ใช้ในระบบการพิมพ์ เด็กได้เรียนรู้ตัวอักษร การใช้คำ ประโยค ยกตัวอย่างเช่น หนังสือนิทาน หนังสือพิมพ์ ป้ายต่างๆ  หรือแบบฝึกหัดสำหรับเด็ก
2.   สื่อวัสดุอุปกรณ์ : สิ่งของต่างๆ กระเป๋าที่เป็นทั้งของจริง หุ่นจำลอง แผนที่ แผนภูมิ สมุด หุ่นมือ ถือว่ามีประโยชน์ต่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยเป็นอย่างยิ่ง
3.   สื่อโสตทัศน์อุปกรณ์ : สื่อที่เป็นเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับทางอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นแผ่น
4.    สื่อกิจกรรม : ฝึกปฏิบัติ ทักษะ ได้ใช้กระบวนการคิด ได้เผชิญสถานการณ์ เช่น การร้องเพลง การเล่นละคร บทบทาสมมุติสำหรับเด็ก
5.    สื่อบริบท : เพื่อส่งเสริมการจัดประสบการณ์ในสภาพแวดล้อมที่เด็กอยู่ เช่น ชุมชน ครอบครัว โรงเรียน วัฒนธรรม เด็กที่อยู่ในท้องที่ ที่แตกต่างกัน ก็จะมีสื่อบริบทที่แตกต่างกันออกไป

กิจกรรมต่อมาอาจารย์ได้ให้ลองฟังเสียงต่างๆแล้วหาว่าเสียงนั้นคืออะไร
- การฟังเสียงสัตว์
- ฟังเสียงเครื่องดนตรีสากล
*ทำให้ได้วิเคราะ แยกแยะ และใช้ความคิด ซึ่่งก็ตอบผิดเยอะมาก ฮ่าๆๆ

กิจกรรมต่อมาการทำสื่อป๊อปอัพเพื่อพัฒนาภาษาเด็กได้

ผึ้งบิน หึ่งๆ :)


*ทำโดยใช้กระดาษA4 เมื่อวาดรูปทัง2ข้างแล้วพับแกนกลางให้ตั้งเหมือนปฏิทินก็สวยงามมมม

กิจกรรมนี้สามารถนำไปใช้ได้อย่างไร????
1.            อนาคตเราสามารถผลิตสื่อไว้ใช้ในมุมที่ต่างๆของห้องเรียน แล้วสามารถเขียนคำศัพท์หรือพยัญชนะ ต่างๆลงไปได้เพื่อใช้ในการสอนภาษาให้กับเด็ก
2.            สื่อชิ้นนี้สามารถให้เด็กทำได้ โดยครูทำฐานไว้ให้แล้วให้เด็กวาดรูประบายสี
3.            นำไปใช้ได้โดยการทำไว้ประดับตกแต่งหรือตั้งโชว์

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การเรียนครั้งที่ 10


  บันทึกอนุทิน  
วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วัน/เดือน/ปี  16 สิงหาคม พ.. 2556
ครั้งที่ 10  เวลาเรียน 13.10     เวลาเข้าสอน 13.10     เวลาเข้าเรียน 13.10   เวลาเลิกเรียน 16.40      












วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การเรียนครั้งที่ 9


 บันทึกอนุทิน  
วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วัน/เดือน/ปี  9  สิงหาคมคม พ.. 2556
ครั้งที่ 9  เวลาเรียน 13.10     เวลาเข้าสอน 13.10     เวลาเข้าเรียน 13.10   เวลาเลิกเรียน 16.40   






















 

การเรียนครั้งที่ 8 (สอบกลางภาค)


                                                                

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเรียนครั้งที่ 7


   บันทึกอนุทิน     
  วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วัน/เดือน/ปี  26  กรกฎาคม  พ.. 2556
ครั้งที่ 7  เวลาเรียน 13.10     เวลาเข้าสอน 13.10     เวลาเข้าเรียน 13.10   เวลาเลิกเรียน 16.40      
ความรู้ที่ได้ในวันนี้..
       วันนี้อาจารย์ให้วาดรูปโดยที่ยังไม่บอกว่าจะให้ทำอะไร..พอวาดเสร็จอาจารย์ก็จะให้แต่ละคนออกมาเล่านิทานโดยใช้รูปภาพที่ตัวเองวาดนั้น เล่าต่อไปจนถึงคนสุดท้าย และให้ดูว่าเพื่อนคนไหนวาดรูปเก่ง เล่าเรื่องเก่งและมีจินตนาการมากที่สุด มีเพื่อนคนแรกออกไปเล่าเริ่มเรื่องที่"'ผีเสื้อ'' ส่วนฉันได้วาดรูปเค้กแสนอร่อย 1  ก้อนที่มีกล้วยกับสตอเบอร์รี่เป็นส่วนผสม แล้วก็ออกไปเล่าต่อจากเพื่อนที่วาดรูปสตอเบอรี่พอดีเลย :) ฉันได้เล่าว่า..
"เค้กก้อนนี้ เป็นเค้กที่เด็กแกะอ้วน..ทำเองเพื่อเซอร์ไพรส์วันเกิดของมารูโกะ โดยใช้สตอเบอร์รี่เป็นส่วนผสม.. และได้เชิญเพื่อนๆอีกมากมายมาเซอร์ไพรส์งานวันเกิดที่จะจัดขึ้น ในสวนที่มีดอกไม้และผีเสื้อแสนสวยมากมาย"

การทำกิจกรรมนี้ ทำให้เราได้รู้จักที่จะสังเกตและฝึกการใช้ความคิดจินตนาการและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาภาษาของเด็กได้ดี โดยให้เด็กได้เล่าเรื่องราวต่างๆตามความคิดของเด็กซึ่งไม่มีผิดไม่มีถูก และให้เด็กได้วาดรูประบายสีซึ่งพัฒนาด้านอารมณ์ของเด็กโดยจะไม่ดูถึงความสวยหรือไม่สวยแต่เป็นการประเมินว่าเด็กพัฒนาการดีหรือไม่ และครูสามารถนำผลงานเด็กไปติดไว้ภายในห้อง และทำกิจกรรมนี้ไปเรื่อยๆเพื่อจะได้เห็นพัฒนาการของเด็ก
 
การประเมิน
1.ใช้เครื่องมือในการประเมินหลายแบบ ทำให้ได้ข้อมูลหลายหลายแม่นยำมีความเที่ยง มากกว่าใช้แบบประเมินแผ่นเดียว
2.เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็ก บันทึกในสิ่งที่เด็กทำโดยจะไม่ประเมินในสิ่งที่เด็กทำไม่ได้ แต่จะดูสิ่งที่เด็กทำได้ ดูขั้นตอน จะทำให้สามารถส่งเสริมให้เด็กพัฒนาสู่ระดับสูงขึ้นได้
3.ประเมินจากบริบทที่หลากหลาย ดูหลายๆแบบ เด็กบางคนอาจมีด้านที่เก่งเด่นชัด แต่ไม่ได้หมายความว่าด้านอื่นๆจะเก่ง เป็นต้น
4.ให้เด็กมีโอกาสประเมินตนเอง ครูควรเอาผลงานเด็กมาติดเพื่อให้เด็กเห็นผลงานตนเอง
5.ให้ความสนใจทั้งกระบวนการและผลงาน  ครูที่ดีต้องดูกระบวนการคิดของเด็กแต่ละคนด้วย เพราะเด็กแต่ละคนคิดแตกต่างกัน

ตัวอย่างกิจกรรมส่งเสริมทักษะทางภาษา


 เกมลากเส้น เส้น โดยไม่ยกปากกา ให้ผ่านจุดทุกจุด
อาจารย์ให้พวกเราลองเล่น แต่ไม่มีใครสามารถทำได้..เพราะไม่มีใครคิดว่าจะลากเลยขึ้นไปได้ กิจกรรมนี้ทำให้รู้ว่า การที่จะเป็นครูที่ดีต้องคิดนอกกรอบ ต้องพลิกแพลงสถานการณ์เหมือนการอยู่กับเด็กสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงจะมีมาก ฉะนั้นครูต้องมีความคิดที่หลากหลายและรอบคอบ

ต่อมาอาจารย์ได้เล่านิทานให้ฟังด้วยวิธีเล่าไปวาดไป โยรอบที่1ให้ฟังอย่างเดียว พอรอบที่2ให้วาดตามไปด้วย

เรื่องที่ 1 : ในป่าแห่งหนึ่งมีสุนัขจิ้งจอกอยู่ 1 ตัว สุนัขจิ้งจอกรู้สึกหิวจึงสร้างกับดักเพื่อหาอาหาร และจับผีเสื้อได้ 1 ถุง มันเดินไปเรื่อยๆเจอบ้านหลังที่ 1 จึงเอาถุงผีเสื้อไปฝากชาวนาไว้ ชาวนาเปิดถุงดู ทำให้ผีเสื้อที่อยู่ในถุงบินหนีหายไปหมด.. ชาวนาจึงเอาไก่มาใส่ไว้ในถุง พอสุนัขจิ้งจอกกลับมาเอา อุ๊ย!หนักกว่าถุงเดิมอีก..ต้องอิ่มแน่เลย สุนัขจิ้งจอกจึงเดินต่อไปเจอบ้านหลังที่ 2 แล้วนำถุงฝากชาวนาคนที่ 2 ไว้ ชาวนาเปิดถุงดู ทำให้ไก่ที่อยู่ในถุงบินหนีหายไปหมด.. ชาวนาไม่รู้จะทำยังไงดีจึงเอาของ 1 สิ่ง มาใส่ไว้ในถุงไพอสุนัขจิ้งจอกกลับมาเอา อุ๊ย!หนักกว่าถุงเดิมอีก.ตัวใหญ่จัง.ต้องอิ่มแน่เลย..สุนัขจิ้งจอกจึงเดินทางกลับ..แล้วมันก็เปิดถุงดู ปรากฎว่าข้างในเป็นสุนัขจิ้งจอก J
สุนัขจิ้งจอก

เรื่องที่ 2 : มีคุณยายคนหนึ่ง ย้ายมาจากกรุงเทพไปอาศัยอยู่ที่เกาะแห่งหนึ่ง แล้วสงสัยว่าบนเกาะนั้นมีอะไรบ้าง คุณยายก็เดินไปเรื่อยๆ เจอต้นไม้ ต้นที่ 1 ต้นที่ 2 ต้นที่ 3 ต้นที่ 4 ต้นที่ 5 และต้นที่ 6 คุณยายรู้สึกชอบที่นี่ก็เลยสร้างบ้านขึ้นมา คุณยายเริ่มรู้สึกร้อนจึงไปเปิดหน้าต่าง 2 บาน แล้วเกิดอยากดูทีวีขึ้นมาแต่ไม่มีสัญญาณ คุณยายเลยต้องสร้างเสาอากาศ พอดูไปสักพักก็เริ่มเบื่อ เลยเอาเมล็ดพืชไปปลูกที่เกาะ เริ่มโยน  เมล็ดที่1 เมล็ดที่เมล็ดที่3   เมล็ดที่4   เมล็ดที่และ เมล็ดที่ 6  ทั้งหมด 6 เมล็ด แล้วคุณยายก็สร้างทางเดินที่แปลงเพื่อที่จะได้รดน้ำง่ายๆ ต้นไม้ก็โตๆ ขึ้นทุกวัน จนคุณยายคิดว่าจะอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ไปไหนแล้ว..เกาะนี้จึงชื่อว่าเกาะเต่าทอง
เกาะเต่าทอง

กิจกรรมนี้สามารถนำไปใช้กับเด็กได้การเล่าไปวาดไปทำให้เด็กเกิดจินตนาการ ทำให้เด็กตื่นเต้น และถ้าให้เด็กมีส่วนร่วมด้วยนั้นจะทำให้เกิดประโยชน์มากมาย เด็กจะเพลิดเพลิน และสามารถครูเก็บผลงานเด็กไว้ได้เพื่อประเมินเด็ก 


วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเรียนครั้งที่ 6


  บันทึกอนุทิน  
วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วัน/เดือน/ปี  19  กรกฎาคม พ.. 2556
ครั้งที่ 6  เวลาเรียน 13.10     เวลาเข้าสอน 13.10     เวลาเข้าเรียน 13.10   เวลาเลิกเรียน 16.40      

ความรู้ที่ได้ในวันนี้..

แนวการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
       1.) การจัดประสบการณ์ภาษาที่เน้นทักษะทางภาษา Skill Approch
1.ให้เด็กรู้จักส่วนย่อยของภาษา
2.การประสมคำ
3.ความหมายของคำ
4.นำคำมาประกอบเป็นประโยค
5.การแจกลูกสะกดคำ การเขียน

การแจกลูกคำ

Kenneth Goodman
-เสนอแนวทางสอนภาษาแบบธรรมชาติ
-มีความเชื่อมโยงระหว่างภาษากับความคิด
-แนวทางการสอนมีพิ้นฐานจากการเรียนรู้และธรรมชาติของเด็ก
ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย
1.สนใจและมีความอยากรู้อยากเห็นสิ่งรอบๆตัว
2.ช่างสงสัย ช่างถาม
3.มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
5.ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
6.ชอบเลียนแบบคนรอบข้าง
อาจารย์ได้เปิดวีดีโอภาษาธรรมชาติให้ดู   http://www.thaiteachers.tv/vdo2.php?id=796
กล่าวสรุปวีดีโอ..มนุษย์เรียนรู้ภาษาเน้นความหมายการสื่อสารเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง ครูต้องคิดเป็นและสอนเด็กแบบธรรมชาติ ผู้ใหญ่ทุกคนที่แวดล้อมเด็กต้องเป็นแบบอย่างที่ดีการสอนภาษานั้นต้องบูรณาการเป้นกิจกรรมได้ทุกกิจกรรม*ควรให้เด็กได้ออกความคิดเห็นจะช่วยให้เด็กได้พัฒนาภาษา ต้องให้เด็กสื่อความคิดและดึงศักยภาพเด็กด้านการฟัง พูด อ่าน เขียน ออกมาให้ได้มากที่สุด J

**ครูจะเห็นคำที่ครูพูด ครูก็ต้องเขียนและพูดไปด้วย พอเด็กได้เห็นครูทั้งพูดทั้งเขียน ซ้ำๆก็จะซึมซับ**
       2.)การสอนภาษาแบบธรรมชาติ Whole Language
1. สอนแบบบูรณาการ องค์รวม
2.สอนในสิ่งที่เด็กสนใจและมีความหมายสำหรับเด็ก
3.สอนสิ่งใกล้ตัวเด็กและอยู่ในชีวิตประจำวัน
4.สอดแทรกการฝึกทักษะ การฟัง พูด อ่าน เขียนไปพร้อมกับการทำกิจกรรม
5.ไม่เข้มงวดกับการท่องสะกด
6.ไม่บังคับให้เด็กเขียน                                                                                                           
ทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อการสอนภาษาธรรมชาติ
Dewey // Piaget // Vygotsky // Haliday
- เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์และการลงมือกระทำ
- เด็กเรียนรู้จากกิจกรรมการเคลื่อนไหวของตนเองและการได้สัมผัสจับต้องกับสิ่งต่างๆแล้วสร้างความรู้ขึ้นมาด้วยตนเอง

หลักการ
1.การจัดสภาพแวดล้อม <เด็กต้องได้จัดด้วย>
2.การสื่อสารที่มีตความหมาย เช่น คำว่า ช้อน ภาษาธรรมชาติเราจะไม่สะกดแต่เราจะเขียนให้เด็กดูแล้ว เด็กเขียนตาม
3.การเป็นแบบอย่าง เช่น ภาษาในปัจจุบันอาจเขียนไม่ถูกต้องเราควรบอกเด็ก เพราะผลที่ตามมาอาจ ทำให้เด็กเกิดความเข้าใจผิด
4.การตั้งความหวัง
5.การคาดคะเน <เด็กต้องมีโอกาสในการคาดเดา>
6.การใช้ข้อมูลย้อนกลับ <ต้องยอมรับและตอบสนองให้เด็กทุกสถานการณ์>
7.การยอมรับนับถือ <เด็กมีความแตกต่างกัน เด็กเลือกกิจกรรมด้วยตนเองไม่ทำกิจกรรมตามขั้นตอน
8.สร้างความรู้สึกเชื่อมั่นให้กับเด็ก <ครูไม่ควรทำตัวให้เด็กกลัว เพราะเด็กอาจไม่กล้าเข้ามาหาเพื่อขอความช่วยเหลือ>
บทบาทครู
1.อย่าคาดหวังกับเด็กเพราะเด็กแตกต่างกัน
2.ยอมรับในความไม่ถูกต้องครบถ้วนของเด็ก